ARTICLE & REVIEW LIST

Article / Review

images/a9c76a90-d570-4da6-b134-e29e55a5c55d.jpg

อากาศร้อน หัวร้อน แต่คอมห้ามร้อน !! เลือกระบายความร้อนแบบไหนดีให้คอมเรา ?

Posted 11.04.2020 | รอบรู้เรื่องคอมพิวเตอร์

          สำหรับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กหรือเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมสเปกขั้นเทพขนาดไหน แต่ถ้ามีระบบระบายความร้อนภายในเครื่องไม่ดีก็แทบจะทำให้เครื่องนั้นไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่อีกทั้งยังเป็นเหมือนยาพิษที่ค่อยๆฆ่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณอย่างช้าๆ อีกด้วย แล้วระบบระบายความร้อนนั้น สำคัญไฉน มีอะไรบ้าง วันนี้  ComptuteAndMore จะพาไปดูกัน

ความร้อนคืออะไร ? ส่งผลขนาดไหนกัน ?

          หนึ่งเรื่องที่เป็นปัจจัยปัญหาเสียสำหรับมือใหม่ที่ประกอบคอมด้วยตัวเอง หรือ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นมองข้ามบ่อยๆ นั่นคือปัญหาเรื่องความร้อน   ความร้อนและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเรียกได้ว่าแทบจะเป็นของคู่กันเลยก็ว่าได้เมื่อไหร่ที่เกิดการถ่ายเทพลังงานย่อมทำให้เกิดความร้อน และ ความร้อนสามารถทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆนั้นมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้น้อยลง ช้าลง อืด อีกทั้งยังทำให้เกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงๆของมันอีกด้วย  ดังนั้นการระบายความร้อนที่ดีจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างต้องให้ความสำคัญมากๆ นั่นเอง

แล้วขนาดไหนเรียกว่าร้อน ? 

         หลังจากรู้แล้วว่าความร้อนสร้างผลเสียยังไง แล้วเกณฑ์ขนาดไหนหละเรียกว่าร้อน ต้องบอกเลยว่าแต่ละส่วนก็จะมีเกณฑ์การใช้งานแตกต่างกันไปแต่อุปกรณ์ที่เราควรให้ความสนใจเรื่องความร้อนมากที่สุดนั่นก็คือ CPU นั่นเอง โดยอุณหภูมิที่อยู่ในเกณฑ์การทำงานของ CPU จะมีดังนี้
                -    อุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศา  -  เป็นอุณหภูมิไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไร
                -    อุณหภูมิตั้งแต่ 60 – 70 องศา – เป็นอยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจจะมีฝุ่น หรืออะไรเกาะที่พัดลมบ้าง ควรตรวจสอบเป็นครั้งคราว
                -    อุณหภูมิตั้งแต่ 70 – 80 องศา – เป็นอุณหภูมิที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยังพอรับได้ แต่ต้องมีการระมัดระวังทั้งนี้ควรมีการตรวจสอบว่าที่อุณหภูมิเยอะขึ้นมาจากฝุ่นที่พัดลมหรือซิลิโคนแห้งหรือเปล่า
                -    อุณหภูมิตั้งแต่ 80 – 90 องศา – เป็นอุณหภูมิที่อยู่ในเกณฑ์สูง ควรตรวจสอบถ้าอุณหภูมิของ CPU อยู่ในช่วงนี้ว่ามีปัญหาที่ตรงไหน และแก้ไขให้ทันท่วงทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์
                -    อุณหภูมิสูงกว่า 90 องศาขึ้นไป – เป็นอุณหภูมิที่อยู่ในเกณฑ์สูงมากๆจนเกิดให้การจ่ายไฟเพิ่มเข้ามาทำให้มีผลกระทบต่อตัว CPU อย่างแน่นอนทางที่ดีสมควรที่จะเอามาตรวจสอบทันทีว่ามีปัญหาที่ตรงใดบ้างเช่น Thermalgel แห้งหรือยัง ? มีฝุ่นไหม หรือปิดผิวสัมผัสพัดลมไม่สนิทเป็นต้น
         แต่ที่ว่ามาทั้งหมดยังมีกลุ่มคนที่ต้องการใช้งานประสิทธิภาพในระดับสูงเช่นการ Overclock เพิ่มไฟให้มากขึ้นส่งผลต่อตัว CPU ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นแต่ถ้ามีระบบการถ่ายเทความร้อนที่ดีก็ไม่ใช่ปัญหา โดยอุณหภูมิของกลุ่มที่ Overclock CPU นั้นจะอยู่ราวๆ 90 องศาคือระยะปลอดภัย แต่อาจจะส่งผลถึงการใช้งานในระยะยาวได้แล้วอะไรหละที่จะเป็นตัวช่วยในการลดความร้อน CPU ของเรา วันนี้เราจะมาพูดถึงระบบระบายความร้อนกัน

ระบบระบายความร้อน

          ปกติเมื่อเราประกอบคอมขึ้นมาเครื่องหนึ่งเราจะให้ความสนใจกับตัว CPU VGA และ RAM หรือภาพรวมทั้งหมด และปล่อยปละละเลย ระบบระบายความร้อนโดยคิดว่า Heat sink  เดิมๆของ CPU ที่แถมมาให้นั้นก็เพียงพอแล้วซึ่งมันไม่ใช่ Heat sink เดิมๆที่ให้มากับ CPU นั้นจะสามารถช่วยระบายความร้อนได้เพียงระดับนึงเท่านั้น เมื่อมีการใช้งานหนักขึ้น มีฝุ่นเกาะสะสมอาจจะส่งผลให้เกิดการระบายความร้อนที่ไม่ดี จึงเป็นสาเหตุให้ประสิทธิภาพในการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นถดถอยลงไป ดังนั้นเมื่อเราประกอบคอมก็ควรให้ความสนใจกับ Heatsink ระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วระบบระบายความร้อนมีทั้งแบบ Air Cooling และ Water Cooling แต่ในคอนเท้นต์นี้จะเขียนถึง Air Cooling แบบ Heat sink กันนะครับ

เลือก Heat Sink เลือกยังไง

           หลักการทำงานของ Heat Sink มีวิธีการทำงานโดย ถ่ายเทความร้อนผ่านพื้นผิววัสดุที่ติดกับ CPU  ไปยังแท่งเหล็กแล้วแพร่กระจายความร้อนผ่านฟินแล้วให้พัดลมเป่าระบายความร้อนออกไปนั่นเอง  แล้ววิธีการเลือก  Air Cooling ว่าตัวไหนสามารถใช้งานได้อย่างดีหรือแบบไหนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

1. ห น้าผิวสัมผัสซีพียู 

         บริเวณพื้น ผิวสัมผัสของ Heat Sink โดยจะมีลักษณะเป็นพื้นแบนราบเพื่อวางทาบบนฝากระดองของซีพียู บางรุ่นมีการวางซ่อน Heat pipe ไว้เหนือจากส่วนตัวพื้นผิว บางรุ่นทำเป็นพื้นผิวเดียวกับ Heat Pipe เลยเพื่อการระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วัสดุของที่เป็นพื้นผิวสัมผัสกับซีพียูจะเป็นทองแดง เหล็ก และ นิกเกิล เป็นส่วนใหญ่ แต่ ใช่ว่าเมื่อเราเลือกวัสดุถ่ายเทความร้อนได้ดีแล้วมันจะเพียงพอแล้ว เรายังจำเป็นที่จะต้องมี Thermal paste หรือที่เราคุ้นๆหูว่า ซิลิโคนนั่นเอง ซึ่งตัวซิลิโคนเนี่ยมันจะช่วยประสานให้กระดองซีพียูและหน้าผิวสัมผัสของฮีทซิงค์เป็นเนื้อเดียวกันนั่นเอง

2. Heat Pipe (ฮีทไปป์)

         มาถึงจุดที่สำคัญมากๆของ Heat Sink เลยก็ว่าได้นั่นคือ Heat pipe นั่นเอง โดยตัว ฮีทไปป์เนี่ยจะเป็นท่อทองแดงกลวงๆ มีการใช้เหล็กแบบไร้สนิม หรือ ทองแดง แล้วทำสีเงินทับลงไป โดยภายในจะบรรจุของเหลวเช่น  น้ำกลั่น เอทานอล ที่จะสามารถระเหยได้เมื่อได้รับความร้อน ส่วนผนังด้านใน Heat Pipe จะถูกดีไซน์เป็นลักษณะพรุน เรียกว่า  Wick  (วิก) โดยหลักการทำงานคือ ตัวพื้นผิวถ่ายเทความร้อนจากหน้าผิวสัมผัสส่งต่อมายัง Heat pipe ของเหลวที่อยู่ใน Heat pipe จะระเหยเมื่อไดรับความร้อน ซึ่งไอระเหยของของเหลวนี้ลอยผ่าน wink เข้าไปสู่ท่อกลวงของทองแดง แล้วเกิดการถ่ายเทความร้อนไปยังฟินอะลูมิเนียมต่อๆไป จากนั้นเมื่อมีลมเย็นจากพัดลมเคสหรือพัดลมที่ติดกับฮีทซิงค์มาบริเวณของฟินจะทำให้ Heat pipe เกิดการลดอุณหภูมิแล้วไอที่ระเหยของเหลวก็จะเริ่มเย็นตัวลงแล้วไหลผ่าน Wick กลับไปรวมที่ฮีทไปป์รอการระเหยเพื่อถ่ายเทความร้อนแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆนั่นเอง  โดยพ้อยต์สำคัญสำหรับการเลือก Heat Pipe จะเป็น Wick นั่นเอง โดยข้อมูลที่ได้ทำการอ่านคร่าวๆ Wick จะมีทั้งหมด 3 ชนิด คือ

     

             -    Metal sintered powder Wick มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะเล็กๆอัดแน่นไปทั้งแท่งทองแดง ซึ่งการอัดแน่นในลักษณะนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผิวผนังมากมายซึ่ง Wick ชนิดนี้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ทนความร้อนได้ดี และ มีประสิทธิภาพดีที่สุด
             -    Grooved Wick จะไม่มีรูพรุน จะมีลักษณะเหมือนเป็นช่องว่างย่อยๆ สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี ข้อดีคือมีน้ำหนักเขาแต่ประสิทธิภาพสู้แบบ Sintered ไม่ได้
             -    Screen Wick หรือ Mesh Wick  โดยลักษณะของ Wick ประเภทนี้จะเป็นเหมือนตาข่ายสานกันให้เกิดช่องว่างเล็กๆ  ซึ่งประสิทธิภาพของตัวนี้  ชนิดนี้ขึ้นอยู่กับชั้นตาข่ายว่า มีมากแค่ไหน ถ้ามีมากก็ถ่ายเทความร้อนได้ดี


 

3. ฟิน 

            ฟินในที่นี้ไม่ได้หมายถึงฟินรู้สึกดี แต่คือชั้นอะลูมิเนียมบางๆ ที่แทรกอยู่ตาม Heat Pipe จะมีหน้าที่ในการถ่ายเทความร้อนออกไปโดยคุณสมบัติของตัวอะลูมิเนียมมีข้อดีที่สุดคือ ถ่ายเทความร้อนได้ดีนั่นเอง และถ้ายิ่งทำให้อะลูมิเนียมนั้นบางและมีพื้นผิวมากก็จะยิ่งถ่ายเทความร้อนได้รวดเร็วยิ่งๆขึ้นไป
 

4. พัดลมติดฮีทซิงค์

            พัดลมแบบนี้เป็นพัดลมที่สามารถระบายลมได้ในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ไล่ความร้อนออกมาได้ดีโดยปกติทั่วไป พัดลมจะอยู่ติดกับฟินมีหน้าที่ดูดลมจากภายนอกให้ไหลผ่านฟินแล้วให้พัดลมหลังเคสช่วยดูดลมร้อ นออกไปอีกทอดนึง แต่ก็มีซิงค์บางรุ่นเหมือนกันที่มีพัดลม 2 ตัวติดไว้เพื่อช่วยดูดลมร้อนจากฟินอีกทอดแล้วเป่าให้พัดลมหลังเคส เพิ่ม Airflow หรือการไหลเวียนของอากาศให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
 

คุ้มค่าราคาประหยัด vs โหดจัดราคาพอควร

           หลังจากที่เราพูดถึงคุณสมบัติต่างๆของ Heat Sink มาแล้ว ถึงเวลาการยกตัวอย่างเปรียบเทียบกันบ้าง วันนี้เราขอยก Gelid Phantom Black VS Thermaltake UX200 Heat Sink 2 รุ่นที่ขายดี เอามาเปรียบเทียบกันนะครับ

Thermaltake UX200 

            เริ่มกันที่ Heat Sink ราคาไม่แพง แบรนด์คุ้นหูใครหลายๆคนกันก่อนอย่าง Thermaltake  UX200  ซิงค์ราคาไม่แพง เรามาดูที่คุณสมบัติกัน  Thermaltake UX200 มีพัดลม 1 ตัว มีฮีทไปป์ทั้งหมด 4 เส้นเป็นทองแดง บนหน้าสัมผัส มีฟินเป็นชั้นเรียงกันและเชื่อมต่อกับฮีทไปป์ทั้ง 2 ขั้ว มีอัตราการไหลของลมอยู่ที่  43.34 CFM ถือว่าค่อนข้างมากกว่า Heat Sink เดิมๆอยู่ ถ้าใครที่มีงบไม่เยอะมากแต่อยากได้พัดลมซีพียูดีๆ Thermaltake UX200 คือ 1 ช้อยส์ ดีๆเช่นกัน

Gelid Phantom Black

            สำหรับคนที่ประกอบคอมใหม่หรือพึ่งเข้าวงการไอทีใหม่ๆ อาจจะไม่คุ้นแบรนด์ Gelid นี้สักเท่าไหร่นักในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศนั้น แบรนด์นี้ขึ้นชื่อในด้านการทำ Heat Sink ระบายความร้อนอย่างมากพอๆ กับ Be Quite ! เลยทีเดียว วันนี้ทาง ComputeAndMore ก็จะเอา ตัว Performance 1 ตัวของ Gelid มานำเสนอ นั่นก็คือ Gelid Phantom Black  โดยเจ้า Heatsink ตัวนี้จะมีพัดลม 2 ตัว มีฮีทไปป์ระบายความร้อนมาถึง 7 เส้น โดยแบ่งเป็น ขนาด   8 mm. 3 เส้น และ 6mm. เส้น อีกทั้งใช้ฟินอะลูมิเนียมในการระบายความร้อน แต่ที่พิเศษกว่าคือ ชั้นสแตคของฟินของเจ้า Gelid นั้นจะถูกแบ่งออกจากกันโดยสิ้นเชิงทำให้การระบายความร้อนนั้นทำได้ดีกว่า Heat sink ทั่วๆไปที่มีฟินเป็นแผ่นเดียวเชื่อมกันทั้งหมดนั่นเอง อีกทั้งด้วย พัดลม 2 ตัวจึงทำให้มีอัตราการไหลของอากาศได้สูงสุดถึง 111.35 CFMเลยทีเดียว แต่เสียงการใช้งานเงียบกริบมากๆ โดยเกิดเสียงเพียง 26.7 เดซิเบลเท่านั้น เรียกได้ว่าถ้าต้องการพัดลมที่เงียบ และระบายความร้อนได้ดี Gelid Phantom Black ตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน!!